TKP HEADLINE

Showing posts with label 02.แหล่งเรียนรู้. Show all posts
Showing posts with label 02.แหล่งเรียนรู้. Show all posts

เกษตรอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ "เพื่อชีวิต" : แหล่งเรียนรู้

 เกษตรอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ "เพื่อชีวิต"


ความเป็นมาของการทำเกษตรอินทรีย์

สมัยก่อนนายประเทือง ธิบดี ประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ในกรงเทพมหานคร ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทำให้การทำงานหมดลู่ทางในการประกอบอาชีพ จึงหันมาทำการเกษตรในที่ดินของตนเองในบ้านเกิด เริ่มจากการปลูกผักสวนครัวไว้กินเองก่อน ซึ่งผักทั้งหมดเป็นผักปลอดสารพิษ ที่ไม่ใช้สารเคมีในการบำรุงรักษา หลังจากนั้นจึงขยายพื้นที่รอบบ้านให้กลายเป็นแปลงผักสวนครัว หลากหลายชนิด และทำสวนลำไยที่ใช้เกษตรอินทรีย์ในการดำเนินงานทั้งหมด ...อ่านเพิ่มเติม









สวน สาม แสน : แหล่งเรียนรู้

 สวน สาม แสน


“สวนสามแสน” ความภูมิใจของชาวอำเภอลี้ ซึ่งได้ดำเนินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงโดยประชาชนได้รวมกลุ่มปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้ให้ชุมชน

จังหวัดลำพูนเชิญชวน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือน อำเภอลี้ เยี่ยมชม และชิมผลผลิตการเกษตรปลอดสารพิษ ที่สวนสามแสน ต.ลี้ อ.ลี้ ซึ่งผู้มาเยือนสามารถเลือกชมและเก็บผลผลิตการเกษตรจากสวนเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีพืชผักผลไม้นานาชนิด

อำเภอลี้เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดลำพูน มีพื้นที่ 1,702 ตารางกิโลเมตร เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด อยู่ห่างจากอำเภอเมืองลำพูน 105 กิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ซึ่งมีพื้นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ในช่วงฤดูหนาว  (เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) สภาพอากาศจะเย็นสบายเหมาะสำหรับเดินทางมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวิถีชีชีวิตอันเรียบง่ายในการทำเกษตรของประชาชน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 106  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดลำพูนก็ได้ส่งเสริมอำเภอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ ของจังหวัดลำพูน โดยนายสำเริง ไชยเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ไปเยี่ยมชม “ สวนสามแสน ” สถานที่ท่องเที่ยวที่มีการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ...อ่านเพิ่มเติม








การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง : แหล่งเรียนรู้

 การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง



            อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน มีพื้นที่เป็นแหล่งปลูกลำไยขนาดใหญ่ ทุกปีจะมีเศษใบลำไยจากสวนของเกษตรกรและจากโกดังรับซื้อลำไยเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาในการกำจัด ซึ่งโดยปกติจะใช้วิธีการเผาทำลาย และยังมีปัญหาเรื่องต้นทุนการทำเกษตรกรรมสูง โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ้ยเคมีที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาดินในสวนลำไยเสื่อมโทรม จึงได้จัดตั้งฐานเรียนรู้การผลิตปุ้ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกองขึ้น เพื่อให้มีการจัดการเศษใบลำไยที่มีจำนวนมาก แล้วนำมาทำปุ้ยอินทรีย์เพื่อบำรุงดินและลดตันทุนการผลิตของเกษตรกร
            ในการเพาะปลูกของเกษตรกร สิ่งที่มีความจำเป็นและสำคัญที่สุดคือความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความอุดมสมบูรณ์ของดินจะได้มาจากการที่มีอินทรีย์วัตถุสะสมอยู่ในดินอยู่มาก จุลินทรีย์ดินจะใช้อินทรีย์วัตถุเป็นสารอาหารแล้วปลดปล่อยแร่ธาตุที่จำเป็นให้แก่พืชในปริมาณที่พืชต้องการอย่างเพียงพอ ซึ่งได้แก่ ธาตุอาหารหลัก (ไนโตรเจน-N ฟอสฟอรัส-P2O5 และโพแทสเซียม-K2O) ธาตุอาหารรอง (ซัลเฟอร์ แคลเซียม และแมกนีเซียม) และจุลธาตุ (แมงกานีส ทองแดง โบรอน โมลิบดินัม เหล็ก คลอรีน นิกเกิ้ล และสังกะสี) การเติมความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินวิธีหนึ่งคือการใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ (Compost) ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้กับพืชแล้ว ปุ๋ยอินทรีย์ยังช่วยลดความเป็นกรดของดินที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าหญ้าอย่างยาวนานได้อีกด้วย ทำให้เชื้อโรคในดิน เช่น โรครากเน่า เป็นต้น ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เพราะเชื้อโรคศัตรูพืชจะชอบอยู่ในดินที่เป็นกรดเท่านั้น นอกจากนี้ ในอดีตก่อนที่จะมีการผลิตปุ๋ยเคมีขึ้นในโลก เกษตรกรในประเทศไทยก็ได้มีการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินในการเพาะปลูกโดยการใช้มูลสัตว์ต่าง ๆ เช่น มูลโค มูลกระบือ และมูลไก่ เป็นต้น มาโดยตลอด ประเทศไทยในขณะนั้นสามารถส่งออกข้าวเป็นที่ 1 ของโลกได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีปุ๋ยเคมีใช้ ...อ่านเพิ่มเติม














แหล่งเรียนรู้ชุมชน"วัดป่าก่อ" : แหล่งเรียนรู้

 แหล่งเรียนรู้ชุมชน"วัดป่าก่อ"




ประวัติวัดป่าก่อ วัดป่าก่อตั้งอยู่ที่บ้านป่าก่อ หมู่ ๑๐ ตำบลตะเคียนปม อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน เริ่มก่อสร้างเป็นอารามที่พำนักสงฆ์ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ โดยความร่วมมือ ร่วมรง ร่วมใจ ของชาวบ้านป่าก่อ นำโดยพระสมศักดิ์ วงศ์อ้าย ซึ่งเป็นคนในพื้นที่บ้านป่าก่อ ด้วยสำนึกรักบ้านเกิด เห็นว่าหมู่บ้านป่าก่อเป็นชุมชนขนาดกลาง สมควรมีวัดเพื่อประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา จึงได้ปรึกษาหารือนายสุภา ตาแก้ว ผู้ใหย่บ้านป่าก่อในขณะนั้น ผู้เฒ่าผู้แก้อาวุโสศรัทธาพี่น้องชาวบ้าน ว่าสมควรจะสร้างอารามที่พำนักสงฆ์ขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อจะได้ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา ไม่ต้องไปทำบุญที่หมู่บ้านอื่นซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป ในลำดับแรกหลังจากที่ประชุมมีมติให้สร้างเป็นอารามที่พำนักสงฆ์ ได้รับการสนับสนุนสร้างศาลาปฏิบัติธรรมจำนวน ๑ หลังจากองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม ต่อมาพระสมศักดิ์ วงศ์อ้ายได้ทำโครงการเสนอไปยังสภานิสิตวิทยาลัยสงฆ์ลำพูน ได้รับงบประมาณสร้างกุฏิที่พำนักสงฆ์ จำนวน ๑ หลัง เป็นเงิน ๔๐,๐๐๐.-บาท ในการสร้างกุฏิที่พำนักสงฆ์ งบประมาณที่ได้รับใช้จ่ายเป็นค่าวัสดุ ส่วนการก่อสร้าง ใช้แรงงานจากชาวบ้านช่วยกันจนเสร็จ และทำพิธีถวายกุฏิพำนักสงฆ์ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๐ โดยใช้ชื่อกุฏิที่พำนักสงฆ์ว่า"กุฏิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช ๘๐ พรรษา" ...อ่านเพิ่มเติม








วัดบ้านเวียงหนองล่อง : แหล่งเรียนรู้



วัดบ้านเวียงหนองล่อง




                เวียงหนองล่อง เป็นชื่อของหมู่บ้านหนึ่งในอำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ลักษณะทางภูมิศาสตรตั้งอยู่บนที่ดอนน้ำไม่ท่วมขัง เป็นที่ตั้งของชุมชนเก่า แต่ปัจจุบันสิ่งก่อสร้าง ที่คาดว่าเป็นโบราณสถานเช่นเจดีย์กำแพงเมืองคูน้ำล้อมรอบเมือง ได้ชำรุดปรักหักพัง แต่ก็ยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่บ้าง โบราณสถานใน “เวียงหนองล่อง” ที่พบเป็นเจดีย์ ทรงสี่เหลี่ยม เรียกว่า“กู่ขาว”มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมโดยการเรียงอิฐที่ส่วนโค้ง ของซุ้มประตูแบบพุกามมีลักษณะไม่เหมือนเจดีย์แบบทราวดี เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และเทคนิคการก่อสร้างพบว่าเจดีย์องค์นี้น่าจะมีอายุสมัยหลังจากพม่ายึดครองล้านนาคือหลัง พ.ศ. 2200 และชุมชนโบราณแห่งนี้น่าจะมีอายุสมัยไล่เลี่ยกับเจดีย์องค์นี้ สันนิษฐานว่าเวียงหนองล่องถูกสร้างขึ้นมาไว้เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านป้องกันการยกทัพโจมตีจากทัพพม่า 

วัดบ้านเวียงหนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน 

วัด เวียงหนองล่อง ตั้งอยู่เลขที่ 200 บ้านเวียงหนองล่อง ถนนสายบ้านโฮ่งลำพูน หมู่ที่ 6 ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 6 ไร่ 38 ตารางวา โฉนดเลขที่ 11412

 

อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ 58 วา จดทางสาธารณะ ทิศใต้ประมาณ 58 วา จดทางสาธารณะ ทิศตะวันออกประมาณ 38 วา จดลำเหมืองสาธารณะ ทิศตะวันตดประมาณ 40 วา จดทางสาธารณะ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 26 ตารางวา โฉนดเลขที่ 11255 และ 11625

 

อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอไตรและศาลาโรงฉัน

 

วัดบ้านเวียงหนองล่อง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2436 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2501 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร ปัจจุบันมีพระครูสุปุญญาภิราม เป็นเจ้าอาวาส และอนุเคราะห์ให้จัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาบนที่ดินของวัด เนื้อที่ 3 ไร่ 63 ตารางวา  ...อ่านเพิ่มเติม







เกษตรทฤษฏีใหม่ : แหล่งเรียนรู้

เกษตรทฤษฏีใหม่



            จากปัญหาการทำเกษตรของไทยที่เกษตรกรขาดที่ดินทำกิน ทั้งยังต้องดิ้นรนทำในปริมาณมาก เป็นหนี้เป็นสิน ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทำมาแต่ได้น้อยเนื่องจากปลูกเฉพาะพืชเชิงเดี่ยว ราคาขายผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค ด้วยอัฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” ในการจัดการพื้นที่ขนาดเล็กประมาณ 15 ไร่ เน้นการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนด้วยการจัดการไร่นาอย่างเหมาะสม มีการจัดสรรแหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตรแบบผสมผสานให้ใช้ได้ในหน้าแล้ง ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรเลี้ยงตัวเองได้ มีรายได้และอาหารไว้บริโภคตลอดปี เป็นการทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรชาวไทย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสว่า “…ถึงบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ สองอย่างนี้จะทำความเจริญแก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน…” ...อ่านเพิ่มเติม










สวนเกษตรธรรมชาติแสงจันทร์ : แหล่งเรียนรู้

สวนเกษตรธรรมชาติแสงจันทร์


            เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่จากสถาบันเรียนรู้ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ขอความร่วมมือในการจัดเก็บข้อมูลของประชาชนในตำบลหนองล่อง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างโครงการสานพลังท้องถิ่น สร้างสุขภาวะตำบลน่าอยู่ ซึ่งพอดีกับทางแหล่งเรียนรู้ชุมชนสวนเกษตรธรรมชาติแสงจันทร์ ได้มีแนวคิดที่จะหาทางในการลดรายจ่ายในเรื่องของการใช้ปุ๋ยและสารเคมีในการเกษตร เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการจัดเก็บข้อมูล ได้ผลการวิเคราะห์ สังเคราะห์ของชุมชนในระยะเวลา ๓  เดือน ของการเก็บข้อมูล เราได้พบปัญหาภาวะหนี้สินที่เกิดจากการใช้จ่ายของประชาชนในตำบลหนองล่อง โดยหนี้สินที่พบมากที่สุดคือ หนี้สินเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ หนี้สินเกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวัน จากการเก็บข้อมูลยังพบอีกว่า ปริมาณในการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมน และสารเคมีต่างๆของประชาชนมีมูลค่าหลายล้านบาทต่อปี จึงเป็นแรงผลักดันให้ แหล่งเรียนรู้ชุมชนสวนเกษตรธรรมชาติแสงจันทร์ ได้ทำตามหลักภูมิปัญญา และหลักความคิดของตนเองให้เกิดผลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงหันมาเลี้ยงไส้เดือนดินอย่างจริงจัง จึงเกิดแหล่งเรียนรู้ชุมชนสวนเกษตรธรรมชาติแสงจันทร์ (ไส้เดือนดิน) เพื่อจุดประสงค์หลักคือ

            1. หันมาใช้หลักธรรมชาติบำบัด

            2. หันมาใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง

            3. ลดรายจ่ายในเรื่องของปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมน และสารเคมีต่างๆในการเกษตร

            4. เพื่อผลิตอาหารที่ปลอดภัยสำหรับใช้บริโภค

            5. เพื่อปรับสภาพดิน สร้างความร่มรื่น สร้างสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่

            6. เพื่อช่วยส่งเสริมเกี่ยวกับสุขภาพที่ดีของคนในชุมชน

            7. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้   ...อ่านเพิ่มเติม










ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง (หนองปลิง) : แหล่งเรียนรู้

 ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง (หนองปลิง)




ประวัติความเป็นมา

ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงหนองปลิง เทศบาลตำบลวังผาง ตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ 324 หมู่ที่ 1 บ้านเหล่าแมว มีพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 110 ไร่ โดยครั้งแรกเทศบาลตำบลวังผางได้รับบริจาคจากบริษัทลำพูนการเกษตรเจ้าของที่ดินเดิม จำนวน 102 และซื้อเพิ่มอีก 8 ไร่ ให้ชุมชนมี ส่วนร่วมในการวางแผนการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมภายในศูนย์ฯ ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในชุมชน โดยได้คัดเลือกผู้แทนเกษตรกรในชุมชนทั้ง 11 หมู่บ้านในเขตเทศบาลเข้ามาร่วมวางแผนออกแบบกิจกรรมภายในศูนย์ โดยงบประมาณในการดำเนินการได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจากเทศบาลตำบลวังผางและหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาทำงานแบบบูรณาการในพื้นที่

ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงเทศบาลตำบลวังผาง ดูแลรับผิดชอบโดยงานส่งเสริมการเกษตร สำนักปลัดเทศบาล มีพนักงานและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายในศูนย์ฯ จำนวน 8 คน ให้บริการเกษตรกรและผู้สนใจอาชีพด้านการเกษตร จำนวน 11 หมู่บ้าน ที่มีอาชีพหลักด้านการเกษตร และมีพื้นที่ทำการเกษตร ในตำบลวังผาง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรและที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การแปรรูปผลผลิตหลักในชุมชน เช่น ลำไย มะม่วง ข้าว พืชผักและอื่นๆ รวมทั้งเป็นให้เป็นศูนย์กลางในด้านการอบรม เป็นแหล่งเรียนรู้งานด้านการเกษตรอย่างครบวงจร ...อ่านเพิ่มเติม












เล่าขานตำนานไตลื้อบ้านธิ ผ่านมุมมอง “พิพิธภัณฑ์ชุมชน” : แหล่งเรียนรู้

เล่าขานตำนานไตลื้อบ้านธิ ผ่านมุมมอง “พิพิธภัณฑ์ชุมชน”




พิพิธภัณฑ์ไตลื้อบ้านธิ

ตั้งอยู่ที่ 99 หมู่ที่ 11 บ้านแพะยางงาม ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน 51180
เปิดให้บริการ 09.00-16.00 น. บริเวณอาคารชั้นบนเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ ของสะสมโบราณ ด้านล่างเป็นคาเฟ่ และด้านหลังเป็นเรือนให้บริการโฮมสเตย์

ครูซันเดย์ (เพิ่มศักดิ์ บุษงาม)
ชาวจังหวัดกรุงเทพมหานคร อายุ 48 ปี เป็นผู้ที่มีความสนใจและหลงใหลในวัฒนธรรมของชาวไทลื้อบ้านธิ จึงได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ความเป็นมา เอกลักษณ์ของชาวไตลื้อ ตลอดจนวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชุมชน จนตัดสินใจย้ายรกรากของตน มาอยู่ ณ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน และเปิดบ้านของตนเป็นพิพิธภัณฑ์ไตลื้อบ้านธิ โดยเก็บสะสมข้าวของโบราณ และจำลองวิถีชีวิตไตลื้อไว้ให้เยาวชนลูกหลานได้เรียนรู้และอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป ...อ่านเพิ่มเติม

















โบราณสถานเวียงเกาะกลาง : แหล่งเรียนรู้

 โบราณสถานเวียงเกาะกลาง

.


            ประวัติของวัดมีเรื่องเล่าเชิงมุขปาฐะซึ่งปรากฏในคัมภีร์ภาษามอญอายุประมาณ 400 - 500 ปี    ซึ่งพบที่วัดหนองดู่ ในส่วนที่เกี่ยวกับชาติกำเนิดของพระนางจามเทวีปฐมกษัตรีย์ใน ทฤษฎีที่เป็นของตนเอง นั่นคือความเชื่อว่าพระนางเจ้าจามเทวีเป็นธิดาของเศรษฐีอินตา (คำว่าเศรษฐี       อินตานี้ ชาวพื้นเมืองทางภาคเหนือทั้งลัวะและเม็งมักนำไปใช้เรียกแทนสัญลักษณ์การอวตารลงมา ของพระอินทร์) เศรษฐีอินตาเป็นชาวมอญ (เม็ง) เกิดที่บ้านหนองดู่ เป็นชาวป่าซาง โดยตำนานพื้น บ้านระบุว่าเป็น พระบิดาที่แท้จริงของพระนางจามเทวี ก่อนที่จะถูกพญานกคาบไปตก         อยู่ในสระบัวแล้ว พระฤษีวาสุเทพเก็บมาเลี้ยง ต่อมาเติบโตได้ร่ำเรียนศิลปวิทยาการกับพระฤษีวาสุเทพ แล้วล่องลอย ไปกับกระแสน้ำเพื่อไป    อยู่ในราชสำนักกรุงละโว้ฐานะพระธิดาบุญธรรม ในที่สุดได้กลับคืนสู่มาตุภูมิ นครหริภุญไชย ชุมชนแห่งนี้ (บ้านบ่อคาว , บ้านหนองดู่) จำนวนประมาณ 200 กว่าครัวเรือน มีเชื้อสายมอญ และใช้ภาษามอญ ในชีวิตประจำวัน จึงทำให้หลายๆคนเชื่อกันว่า นี่คือ ทายาทหริภุญไชยกลุ่มสุด ท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในจังหวัดลำพูน  ...อ่านเพิ่มเติม






การจัดการบริหารหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง : แหล่งเรียนรู้

การจัดการบริหารหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง



การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง หมู่บ้านอยู่เย็น เป็นสุข

นายสุรชัย ปาจุวัง ผู้ใหญ่บ้านไร่น้อย หมู่ที่ 7 ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

รายละเอียดที่อยู่ติดต่อได้ บ้านเลขที่ 264 หมู่ที่ 7 ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน Tel.089-560-8653

การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงนั้น หมู่บ้านต้องมีผู้นำที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ชาวบ้าน ในเรื่องการดำเนินชีวติอย่างพอเพียง เป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้ประสานระหว่าง เจ้าหน้าที่ของรัฐกับหมู่บ้าน ให้มีความพร้อมที่จะเสียสละ ให้แก่ส่วนรวม มีการจัดตั้งอาชีพเพื่อให้ สมาชิกในหมู่บ้านช่วยเหลือกัน ชาวบ้านมีความต้องการ ที่จะพัฒนาตนเองและครอบครัวตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกันแก้ปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาหมู่บา้นเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการลด รายจ่าย บางครัวเรือน ไม่มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ ด้านการเพิ่มรายได้ขาดตลาดรองรับผลผลิต การเกษตร ด้านการประหยัด เงินออมทรัพย์ค่อนข้างน้อย ด้านการเรียนรู้คนรุ่นใหม่ไม่ใส่ใจ ที่จะสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่มีการปลูกป่าทดแทน และด้านการเอื้ออารีกัน มีจำนวนน้อย ส่งผลสำเร็จต่อการพัฒนาหมู่บา้นเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจัยภายในได้แก่บทบาทที่โดดเด่นของผู้นำ ความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่ช่วยเหลือเกื้อกุลกัน การมีพุทธศาสนาและวัดเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจความสามคัคีในชุมน การจัดเวทีชุมชน สภาพพื้นที่ ที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตร ส่วนปัจจัยภายนอก ได้แก่การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ และชุมชนภายนอก ...อ่านเพิ่มเติม










พิพิธภัณฑ์ไทยอง : แหล่งเรียนรู้

 พิพิธภัณฑ์ไทยอง



ประวัติแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ไทยยอง ม.5 ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

พิพิธภัณฑ์ไทยองบ้านหนองเงือก

บ้านหนองเงือก ตั้งอยู่ในตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ชาวบ้านส่วนใหญ่มีเชื้อสายยอง “ยอง” เป็นชื่อเรียกกลุ่มคนที่พูดภาษาตระกูลไทและมีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ที่เมืองยอง ซึ่งอยู่ในประเทศเมียนม่าร์ในปัจจุบัน ในประวัติศาสตร์คนยองถูกกวาดต้อนเข้ามาในดินแดนไทยเมื่อสองร้อยกว่าปีล่วงมาแล้ว

       หนังสือคนยองย้ายแผ่นดิน ของแสวง มาละแซม ให้ข้อมูลว่า ชาวยองถูกกวาดต้อนลักษณะเทครัวในสมัยพระเจ้ากาวิละเพื่อการฟื้นฟูบ้านเมือง หลังจากที่อิทธิพลของพม่าเริ่มหมดไปจากที่ราบเชียงใหม่ ลำพูน  แบ่งได้ 3 ช่วงเวลา ช่วงแรกระหว่างปี พ.ศ. 2325-2339 ช่วงที่สองระหว่าง พ.ศ. 2339-2348 และช่วงที่สามระหว่าง พ.ศ. 2348-2356  โดยจากการกวาดต้อนผู้คนจากเมืองยองและเมืองใกล้เคียง เข้ามาตั้งถิ่นในเมืองลำพูน  จากนั้นคนยองได้ขยายตัวออกไปตั้งชุมชนในที่ต่างๆ และได้กลายเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของเมืองลำพูน  สำหรับคนยองบ้านหนองเงือกนั้น แผ่นพับประชาสัมพันธ์ของหมู่บ้านให้ข้อมูลว่า ช่วงปี พ.ศ. 2348 – 2356 มีชาวยอง 5 ครอบครัว อพยพมาจากบ้านม่อน เมืองยอง ประเทศเมียนม่าร์ เข้ามาตั้งรกราก ณ บ้านหนองเงือกปัจจุบัน โดยสามครอบครัวตั้งบ้านเรือนอยู่ทางทิศเหนือหมู่บ้านเรียกชื่อว่า “บ้านม่อน” ตามชื่อหมู่บ้านเดิมของตนในเมืองยอง ในช่วงแรกบ้านม่อนเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน มีการสร้าง “ใจบ้าน” ไว้ที่จุดนี้ อีกหนึ่งครอบครัวตั้งรกรากอยู่นอกรั้วนาทิศตะวันตกของวัด ปัจจุบันเรียกว่า “ค้อป่ามะหุ่ง” ...อ่านเพิ่มเติม










เกษตรอินทรีย์ (Organic) : แหล่งเรียนรู้

 เกษตรอินทรีย์ (Organic)




เมื่อก่อนทำการเกษตรแบบใช้เคมี และปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำมาทุกอย่าง ถั่ว ถั่วแระ และเลี้ยงสัตว์ ทำให้เขา ทำให้คนอื่น  ยิ่งทำยิ่งจน ติดหนี้ พอดีมีโครงการวิจัย สคบ.ปี 2547 ทำมา 2 ปี เป็นแนวทางเกษตรอินทรีย์ เกษตรทางเลือก ได้รับความรู้จากตรงนี้มาปรับเปลี่ยนเริ่มตั้งแต่ปี 2547 ผลที่ได้คือ นำผลผลิตออกจำหน่ายในพื้นที่ของเราเองและที่เชียงใหม่ มีบริษัทต่าง ๆ มารับผลผลิตตอนนี้ทำให้กับบริษัท ทำส่งทุกอาทิตย์ จากงานวิจัยและการรวมกลุ่ม ปัจจุบันมี 2 กลุ่มคือ ลี้ กับทุ่งหัวช้าง และตลาดต่างประเทศเนเธอแลนด์

การบำรุงดิน ที่ดินตรงนี้เป็นดินลูกรัง บำรุงดินด้วยปุ๋ยคอกจากเศษหญ้า ไถพรวน น้ำมันจากพืช สัตว์

ดินขาว โพแทสเซียม ใช้ขี้ไก่ผสมขี้วัว หมักไว้ประมาณ 3 – 4 เดือน สามารถนำมาใช้ได้ ส่วนสารไล่แมลงทำเองโดยได้รับความรู้จาก สำนักงานจำกัดศัตรูพืช ตัวฆ่าหนอน ฆ่าเชี้อรา ใช้เชื้อจุลินทรีย์ท้องถิ่น หมักแล้วนำมาบำรุงดินต่อ

การบริการการตลาด ขายภายในชุมชนเป็นหลัก คนในชุมชนต้องได้ทานก่อน เหลือแล้วถึงส่งไปข้างนอก

ปัญหา การจัดการดูแล ตอนแรๆ อาจมีปัญหาในเรื่องของดิน ควรมีหน่วยงานเข้ามาดูแล ต้องใช้ความอดทนแม้แต่คนในครอบครัว  อยากให้มีหน่วยงานมาช่วยดูแลเกษตรกร เมื่อก่อนใช้สปริงเกอร์ ปัจจุบันใช้ระบบน้ำหยดเพราะประหยัดน้ำ  ...อ่านเพิ่มเติม






ผ้าไหมยกดอกที่ทุ่งหัวช้าง : แหล่งเรียนรู้

ผ้าไหมยกดอกที่ทุ่งหัวช้าง




ผ้าไหมยกดอกลำพูน เป็นผ้าทอด้วยเส้นใยจากตัวไหมที่ได้รับการเลี้ยงจากใบต้นหม่อนที่เพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งมีความเหมาะสมทั้งสภาพอากาศ ภูมิประเทศ แร่ธานในดิน ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ส่งผลให้เส้นไหมที่ได้นั้นมีคุณภาพที่ดี เส้นไหมที่ยาว เหนียว นุ่ม และมีความยืดหยุ่นได้ดี เมื่อนำมาทอยกดอกลำพูน มีความนูนของผิวผ้าเมื่อสัมผัส โดยมีการทอเป็นลวดลายต่างๆ มากมาย มีความเป็นเอกลักษณ์ งดงาม เหมาะในการสวมใส่ในงานพิธีการ หรือโอกาสตามความเหมาะสมของผู้สวมใส่

ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าไหม ตั้งอยู่บ้านสันดอยฮอม ตำบลบ้านปวง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ที่นี่จะมีกลุ่มผ้าไหมยกดอกซึ่งชาวบ้านที่นี่แทบจากทุกครัวจะเรือนประกอบอาชีพทอผ้าไหมยกดอก มีการสาธิตการทอผ้า และมีวิทยากรคอยให้คำแนะนำเรื่องทอผ้า ให้ความรู้เรื่องผ้าไหม นอกจากนี้ยังจำหน่ายผ้าไหมยกดอกแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวอีกด้วย ...อ่านเพิ่มเติม












กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ บ้านแม่แสม : แหล่งเรียนรู้

กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ บ้านแม่แสม




ประวัติความเป็นมา

เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นวิธีการย้อมผ้าโดยการใช้สีจากวัสดุธรรมชาติ สาธิตการย้อมสีธรรมชาติ บ้านแม่แสม หมู่ 6 ตำบลตะเคียนปม อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งเรียนรู้  สาธิตถึงขั้นตอน วิธีการ รวมถึงการนำวัสดุดิบต่างๆที่มีในธรรมชาติ มารังสรรค์ ออกมาเป็นสีที่ต้องการ บนเนื้อผ้า จนมาเป็นชิ้นงานผ้าที่สวยงาม และมีการจัดแสดงสินค้าผ้าทอ ที่มีความปราณีตและสวยงาม ของดีในจังหวัดลำพูน นอกจากนี้ยังได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภูมิปัญญาจากชาวบ้านการย้อมสีธรรมชาติของชาวบ้านตำบลตะเคียนปม อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน ให้เป็นที่รู้จัก ต่อไป  ...อ่านเพิ่มเติม








พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน วัดห้วยห้าง : แหล่งเรียนรู้


พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน วัดห้วยห้าง





พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดห้วยห้าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลตะเคียนปม อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน โดยมีพระครูสิริสุตาภิมล เป็นผู้ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์ดังกล่าว เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุอันมีค่า เช่น พระพุทธรูป หีบพระธรรม ใบลาน ธรรมมาส และเครื่องมือเครื่องใช้ สำหรับในวิถีชีวิตของชุมชนสมัยโบราณ และยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของเด็ก เยาวชน และประชาชน ...อ่านเพิ่มเติม























เกษตรพึ่งพาตนเอง : แหล่งเรียนรู้

เกษตรพึ่งพาตนเอง





แหล่งเรียนรู้ชุมชน นายเอกยุทธ  หล้าแก้ว

ประวัติ นายเอกยุทธ  หล้าแก้ว เป็นบุตรของนายผัดและนางหล้า หล้าแก้ว มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน นายเอกยุทธเป็นคนที่ 4 นายเอกยุทธ  หล้าแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2518 ปัจจุบันอายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 10 ต.ตะเคียนปม อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน จบการศึกษาสูงสุดระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจาก กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง นายเอกยุทธ หล้าแก้ว เป็นผู้มีความรู้ในเรื่องดินจนได้รับการยกย่องจากสำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งหัวช้างให้เป็นหมอดินเมื่อปี 2546 นายเอกยุทธ หล้าแก้วได้ใช้ที่ดินในบริเวณบ้านของตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย การปลูกพืชผสมผสานการดำเนินชีวิตโดยการน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ การทำเกษตรผสมผสานเพื่อลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ทำกิน การเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อการดำรงชีวิตเอาตัวรอดในยุคโลกาภิวัฒน์ นอกจากนี้บ้านของนายเอกยุทธ  หล้าแก้ว ยังเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของคนในชุมชนและนอกชุมชนอย่างต่อเนื่อง ปี2556 นายเอกยุทธ  หล้าแก้ว ได้ร่วมกับครู ศศช.บ้านป่าก่อในขณะนั้นคือนายกิติศักดิ์  มะกอกทิพย์ ในการแก้ไขปัญหาการเผาเปลือกข้าวโพดจนเกิดเป็นมลพิษ โดยการทำปุ๋ยหมักจากเปลือกข้าวโพดจนได้รับรางวัลดีเด่นจากโครงการหลวง และต่อเนื่องด้วยการทำถ่านอัดแทงจากเปลือกข้าวโพดกับครูศศช.บ้านป่าก่อคนปัจจุบัน นำไปสู่การเสนอผลงานในงาน กพด. ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นการลดการเผาการเกิด PM2.5 ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายเอกยุทธ  หล้าแก้ว ได้สมรสกับนางอรุณี  หล้าแก้ว มีบุตรด้วยกัน 3 คน ปัจจุบันนายเอกยุทธ  หล้า แก้วยังคงเดินตามรอยแนวทางของพ่อหลวง ร.๙ อย่างต่อเนื่อง เป็นที่ปรึกษาให้กับคนในชุมนอยู่เสมอ ...อ่านเพิ่มเติม

















อนุสาวรีย์เจ้าแม่จามรี และเจ้าป้อปันมะหาด บ้านดอนมูล : แหล่งเรียนรู้

 

อนุสาวรีย์เจ้าแม่จามรี และเจ้าป้อปันมะหาด บ้านดอนมูล














การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงพัฒนาการทางกาย จิต สมองผู้สูงอายุ : แหล่งเรียนรู้

 

การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงพัฒนาการทางกาย 
จิต สมองผู้สูงอายุ




ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับสังคมสูงวัย (Aging Society) และคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2583 จะเปลี่ยนเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Completely Aged Society) ซึ่งถือเป็น Mega Trend ที่นำมา ซึ่งผลกระทบต่อบริบททางเศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างรุนแรง พบว่าเหตุผลหลักที่ทำให้โลกเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก อัตราการเกิดที่ต่ำและประชากรอายุยืนยาว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าว ส่งผลกระทบ ด้านลบต่อการขาดแคลนแรงงาน เพราะสัดส่วนประชากรวัยแรงงานลดลง ขณะที่อัตราการพึ่งพิงมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผลิตภาพลดลง ทำให้งบประมาณของรัฐบาลก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย

การเตรียมความพร้อมของสังคมไทยเพื่อรองรับสังคมสูงอายุในทุกด้านจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างหลักประกันว่าผู้สูงอายุจะได้รับการส่งเสริม สนับสนุนในทุกด้าน ทั้งระบบประกันสุขภาพ หลักประกันทางสังคม เศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการออม การสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ เพื่อลดการพึ่งพา

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอลี้ จึงมีนโยบายจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงพัฒนาการทางกาย จิต สมองผู้สูงอายุ เพื่อคงพัฒนาการทางกาย จิต และสมอง ให้แก่ผู้สูงอายกลุ่มติดสังคม ในเขตพื้นที่อำเภอ โดย กศน.ตำบลแม่ลานก็ได้สนองนโยบายในการนำสู่การปฏิบัติ ...อ่านเพิ่มเติม





















Best Practice กศน.ตำบลต้นแบบ 5 ดี พรีเมี่ยม กศน.ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน : แหล่งเรียนรู้

 Best Practice กศน.ตำบลต้นแบบ 5 ดี พรีเมี่ยม

 กศน.ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน





            แนวปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ ด้านการจัดการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องการขับเคลื่อน กศน.ตำบลสู่ กศน.ต้นแบบ 5 ดี พรีเมี่ยม ของ กศน.ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน  มุ่งขับเคลื่อนกศน.ตำบล เป็นศูนย์กลางการจัดกระบวนการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย อีกทั้งยังดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยมีครู กศน.ตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อน เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชาชนในชุมชนได้เข้าถึงการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายและตรงต่อความต้องการอย่างแท้จริงนั้น กศน.ตำบลจำเป็นต้องขับเคลื่อนสู่การเป็น กศน.ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม อย่างมีคุณภาพ โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้  good teacher ( ครูมืออาชีพ)  good place best Check-in ( บรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้) good activities (กิจกรรมหลากหลายน่าสนใจ)  good partnership ( ความร่วมมือเครือข่ายและชุมชน ) good innovation มีนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ กศน.ตำบล เป็นศูนย์กลาง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชาชนได้เข้าถึงการเรียนรู้การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ...อ่านเพิ่มเติม




ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดลำพูน. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand