TKP HEADLINE

ต้นครัวตาน ต้นบุญแห่งศรัทธา : ภูมิปัญา

 

ต้นครัวตาน ต้นบุญแห่งศรัทธา



                พระรดิศ  ธีรญาโณ หรือตุ๊โด  จำวัด ณ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ภูมิลำเนาของท่านอยู่ที่บ้าน 1 หมู่ 12 ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ท่านเป็นคนที่สนใจศิลปะและประเพณีวัฒนธรรมของชาวปกาเกอะญอบ้านพระบาทห้วยต้ม หลังจากจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ท่านก็ได้ขออนุญาตมารดาบวชเป็นสามเณรที่วัดพระบาทห้วยต้ม เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้ว ท่านตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ณ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดพระบาทห้วยต้ม จนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วย้ายมาพำนักอยู่ ที่วัดดาวดึงส์  ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาพุทธศาสตร์ ณ  มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี  ต่อมาเมื่ออายุครบ ๒๑ ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดพระบาทห้วยต้ม พระรดิศ  ธีรญาโน เป็นผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญในการทำต้นครัวตาน รวมถึงมีความสามารถในการออกแบบตกแต่งต้นครัวตานให้สวยงาม ท่านจะเป็นหัวเรือใหญ่ทุกครั้งในการสร้างต้นครัวตาน จนท่านได้รับคัดเลือกเป็น “เด็กและเยาวชนตัวอย่างแห่งชาติ” เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2565 สาขาด้านประเพณีและวัฒนธรรมไทย จากชมรมสายใยไทย แทนคุณแผ่นดิน...อ่านเพิ่มเติม






วัดห้วยแทงโพธิญาณ สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรม..สู่วิถีชีวิตทางสายบุญ : แหล่งท่องเที่ยว

 



วัดห้วยแทงโพธิญาณ

                    สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรม..สู่วิถีชีวิตทางสายบุญ

วัดห้วยแทงโพธิญาณ เริ่มการก่อสร้างเมื่อ วันที่ 10 มกราคม 2524 และได้รับอนุญาติให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2527 โดยมีนายแก้ว อุประกุล

                เป็นผู้ขออนุญาต ศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคที่ดินสร้างวัด กระทรวงศึกษาธิการประกาศ อนุญาตสร้างวัดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2530 เนื่องด้วยหมู่บ้านห้วยแทง หมู่ที่ 5 ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน มีชาวบ้านประชากรจำนวน 145 ครัวเรือน มีประชากร 750 คน และได้ไปทำบุญที่วัดทุ่งม่าน และวัดกู่ขาว วัดใกล้หมู่บ้าน ชาวบ้านจึงเห็นว่าการไปทำบุญทั่งสองวัดนั้นลำบากทั้งด้านคมนาคมการเดินทางของประชาชน คณะกรรมการหมู่บ้านจึงปรึกษาหารือกันภายในหมู่บ้านว่าบ้านห้วยแทงก็เป็นหมู่บ้านที่เจริญขึ้นมาแต่ยังขาดวัดประจำหมู่บ้านจึงปรึกษากับท่านพระครูรัตนวงศ์วิวัฒน์ เจ้าคณะตำบลป่าพลู เจ้าอาวาสวัดทุ่งม่าน เห็นพร้อมกันสร้างวัดห้วยแทงโพธิญาณ ขึ้นมาเพื่อเป็นที่บำเพ็ญกุศล และทำบุญ จึงพร้อมใจกันถวายที่ดิน เป็นเนื้อที่ 17 ไร่ 48 ตารางวา จึงสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2524 จึงพร้อมใจกันไปกราบอาราธนาท่านพระครูรัตนวงศ์วิวัฒน์ เจ้าคณะตำบลป่าพลู มาเป็นประธานดำเนินการก่อสร้างถาวรสัตถุภายในวัดและปัจจุบันวัดห้วยแทงโพธิญาณ โดยมีพระปลัดพงศธร ฐิตวฑฒโน เป็นเจ้าอาวาสที่มีความเชื่อ ความศรัทธาในพุทธศาสนา ร่วมสร้างแล้วพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจและทางพระพุทธศาสนาของประชาชนชาวบ้านและผู้มาเยี่ยมชม...อ่านเพิ่มเติม

ยาสมุนไพร ป.ล.ย.สะแล่งโอสถ อาชีพคนผลิตยาจากรุ่นสู่รุ่น : อาชีพ

 

ยาสมุนไพร ป.ล.ย.สะแล่งโอสถ อาชีพคนผลิตยาจากรุ่นสู่รุ่น




            เมื่อกล่าวถึงอาชีพของคนในชุมชนส่วนใหญ่จะต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ แต่สมัยอดีตกาลก็ยังมีอาชีพที่หลายหลาย เช่น ค้าขาย รวมถึงอาชีพคนผลิตยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ เนื่องจากยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ สมุนไพรและการแพทย์แผนไทยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตไทยมาเป็นเวลาช้านาน โดยยาแผนโบราณ ยาสมุนไพร หรือยาหอม มีประวัติการใช้คู่กับคนไทยมานานมากกว่า 100 ปี ในองค์ความรู้ของแพทย์แผนไทย นั้นยาหอมตั้งขึ้นเพื่อรักษาโรคที่เกี่ยวกับลมที่มีความแตกต่างกัน ประกอบด้วยสมุนไพรตัวยาหลากหลายชนิด ที่มีสรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน อาเจียนจุกเสียด เป็นลมในท้อง บ้านสะแล่ง หมู่ที่ 2 ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายยาสมุนไพรในชุมชน ของดีเมืองลำพูนที่สืบทอดกันมายาวนาน...อ่านเพิ่มเติม


สืบสานภูมิปัญญา ผ้าทอยกดอกลำพูน : ภูมิปัญญา

 

สืบสานภูมิปัญญา ผ้าทอยกดอกลำพูน



            สืบสานภูมิปัญญา ผ้าทอยกดอกลำพูน นายนพรัตน์ โสภา หรือครูน้อง คนบ้านแม่สารบ้านตอง ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน เจ้าของร้านโสภาผ้าไหมยกดอก วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับผ้าทอลำพูนรวมทั้งเป็นครูสอนการทอผ้ายกลำพูนที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน

                ครูน้องเล่าว่าตนเห็นกี่ทอผ้าอยู่ใต้ถุนบ้านตั้งแต่เด็ก ทำให้เกิดการซึมซับและได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนช่วยคุณย่าทอผ้าตั้งแต่เด็ก ครูน้องเล่าย้อนไปอีกว่า คนยองอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองลำพูนกว่า ร้อยละ 70 ได้นำวัฒนธรรมและวิธีการทอผ้าจากเมืองยองมาใช้ โดยคนยองได้อพยพและตั้งถิ่นฐานบริเวณบ้านยู้ บ้านแม่สารบ้านตอง บ้านป่าแดด บ้านเวียงยอง โดยผู้ชายจะปั้นปูนสำหรับประดับวิหาร ผู้หญิงจะทอผ้าสำหรับนุ่งใส่ โดยลวดลายหนึ่งที่ปั้นคือลายดอกพิกุล ซึ่งมีการนำมาใช้ในลายทอผ้าด้วย ...อ่านเพิ่มเติม


แหล่งท่องเที่ยว : กุฎิโบราณวัดศรีชุมสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า รางวัลพระราชทานด้านอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น

 


กุฎิโบราณวัดศรีชุม 

สถาปัตยกรรมทรงคุณค่า รางวัลพระราชทานด้านอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น 

                วัดศรีชุมเป็นวัดโบราณสมัยล้านนา เดิมชื่อวัด "ผามวัว" เนื่องจากยังหลงเหลือซากโบราณสถานร้าง กระจัดกระจาย อาทิ บ่อน้ำ ร่องรอยของกำแพงอิฐ เศษกระเบื้องมุงหลังคาของวิหารหลังเดิม ต่อมาได้รับการฟื้นฟูสภาพให้เป็นพระอารามอีกครั้งในปี พ.ศ. 2452 โดยคณะศรัทธาที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านผามวัว ได้อาราธนา "พระครูชยาลังการ์" จากวัดเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน มาเป็นผู้อำนวยการสร้างวัด และวางรากฐานการบริหารปกครอง ตั้งชื่อว่า “วัดผามวัว” ตามชื่อหมู่บ้าน ต่อมาเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น “บ้านศรีชุม” จึงเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "ศรีชุม" ตามไปด้วย โดยคำนี้ภาษาล้านนามักอ่านแบบเรียงตัวแยกพยางค์ว่า "วัดสะหลีจุม" หมายถึงเป็นวัดที่มีการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์จำนวนมาก ...อ่านเพิ่มเติม

ภูมิปัญญา : เกษตรธรรมชาติ

 


 เกษตรธรรมชาติ

            เมื่อก่อนทำเกษตรอินทรีย์ และได้มีโอกาสอบรมเรื่องเกษตรธรรมชาติ เลยได้แนวคิดใหม่ๆ ในการทำเกษตรที่ปลอดภัยจากสารเคมี ประกอบกับตนเองเป็นแม่บ้าน อยากทำอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว โดยมีพื้นที่ในการเพาะปลูก จำนวน 2 ไร่ 2 งาน พืชที่เพาะปลูก ได้แก่ ผักหวานป่า สัปปะรด ลำไย ต้นไผ่ และปลูกผักสวนครัวในบริเวณพื้นที่บ้าน เช่น ผักกาด บวก ยอดฟักแม้ว ข่า ผักสลัด ซึ่งเป็นพืชตามฤดูกาล

    เดิมทีปลูกผักไว้ทานในครอบครัว เพราะตนเองแพ้สารเคมีที่ตกค้างในผัก พอรับประทานเข้าไปแล้ว
จะรู้สึกคันคอ เพื่อสุขภาพที่ดีให้กับคนในครอบครัวและคนในชุมชนได้ทานผักที่ปลอดสารพิษ และที่สำคัญได้แนวคิดจาก “ในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานทางสายกลาง”  จึงได้ทำการเกษตรอย่างพอเพียง เหลือจากการบริโภคในครอบครัว ก็นำมาจำหน่าย ผู้บริโภค รับประทานก็มี“ความสุข และสบายใจ”  ...อ่านเพิ่มเติม


อาชีพ : “อาชีพทอผ้า” เสน่ห์ของคนทุ่งหัวช้าง

 


“อาชีพทอผ้า” เสน่ห์ของคนทุ่งหัวช้าง

                อำเภอทุ่งหัวช้างเป็นอำเภอเล็กๆ ที่เงียบสงบห่างไกลตัวเมืองที่เหมาะสมกับบรรยากาศในการทอผ้าชุมชนในอำเภอเล็กๆแห่งนี้เป็นที่สืบสานศิลปวัฒนธรรมในการทอผ้ามาเป็นเวลานานดังนั้นการทอผ้าจึงเปรียบเสมือนเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่สำคัญของชาวอำเภอทุ่งหัวช้างที่ไม่ได้มีการจำกัดเชื้อชาติ ศาสนา มีทั้งชาวเมืองพื้นราบ ชาวเขาเผ่าต่างๆที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ผ้าไหมยกดอกที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศ จนได้การรับรองจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาโลก ...อ่านเพิ่มเติม

แหล่งเรียนรู้ : การทอผ้าฝ้าย กลุ่มทอผ้าฝ้ายบ้านทุ่งข้าวหาง

 



การทอผ้าฝ้าย : กลุ่มทอผ้าฝ้ายบ้านทุ่งข้าวหาง

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านทุ่งข้าวหาง

            หมู่บ้านทุ่งข้าวหาง ก่อตั้งมาประมาณ 300 กว่าปี โดยกลุ่มคนได้อพยพมาจากอำเภอแม่ทาเพื่อกระจายการทำมาหากิน จากหมู่บ้านเล็กๆ เพียงสิบกว่าหลังคาเรือน จนมาถึงปัจจุบัน มีจำนวน 167 ครัวเรือน ที่มาของชื่อหมู่บ้านมาจาก การที่ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักในหมู่บ้าน มีน้ำป่าไหลหลากลงมาจากลำห้วยแม่หางน้อย ยาวเป็นหาง ตั้งแต่หัวบ้านจนถึงหางบ้าน น้ำมีสีทองไหลอาบลงทุ่งนาของหมู่บ้าน จึงได้ชื่อว่า “หมู่บ้านทุ่งข้าวหาง” หมู่บ้านทุ่งข้าวหาง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ระยะทาง 12 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่มีพื้นที่เป็นภูเขาและเนินเขาสลับล้อมรอบอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติขุนลี้ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง มีพื้นที่ราบสำหรับการเพาะปลูก ประมาณ 1/4 ของพื้นที่ทั้งหมด ตลอดสองฝั่งของลำน้ำที่ไหลผ่าน ชุมชนแต่ละหมู่บ้านตั้งอยู่เรียงรายสองฝั่งของลำน้ำ เช่น แม่น้ำลี้ แม่น้ำแม่หาง และแม่น้ำสายเล็ก ๆ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำในการทำ การเกษตร ของประชากร สภาพสังคมโดยรวมของของหมู่บ้านทุ่งข้าวหาง เป็นสังคมเกษตรชนบท ทำอาชีพเกษตรกรรม มีความสงบเรียบร้อย และประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวไทยยอง หรือคนยอง มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ...อ่านเพิ่มเติม








วัฒนธรรม : ประเพณีแห่แค่หลวง แห่งเดียวในประเทศไทย

 



ประเพณีแห่แค่หลวง

            ประเพณีแห่แค่หลวงของอำเภอบ้านโฮ่ง เป็นงานประจำปีที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นประเพณีแบบล้านนา ที่เหลือแห่งเดียวในประเทศไทย  เมื่อถึงเทศกาลลอยกระทงในเดือนยี่เป็งหรือวันเพ็ญเดือนสิบสอง ชาวบ้านก็จะใช้ไม้แค่จุดไฟถวายเป็นพุทธบูชา ในสมัยโบราณ ชาวบ้านได้กำหนดให้มีพิธีการ แห่แค่ไปถวายพระสงฆ์ในวัดแล้วจุดถวายเป็นพุทธบูชา
                
                คำว่า “แค่” เป็นภาษาพื้นบ้านล้านนา มีลักษณะเป็นไม้มัดเป็นกำ ทำมาจากไม้ไผ่จักเป็นซี่ๆ หรือไม้แห้งที่สามารถติดไฟได้ง่าย นำมามัดเป็นกำรวมกัน ขนาดใหญ่กว่ากำมือเล็กน้อย ยาวไม่เกิน 1 เมตร หรือให้พอดีกับการถือ เพื่อใช้ในการ จุดไฟ เนื่องจากสมัยโบราณ ไม่มีไฟฉายหรือตะเกียงชาวบ้านจึงใช้ไม้แค่จุดไฟให้สว่างเพื่อส่อทางใน เวลากลางคืน เหมือนคบเพลิงหรือคบไฟ เมื่อถึงเทศกาลลอยกระทงในเดือนยี่เป็ง ก็จะมีการจัดทำ “ต้นแค่” คือการนำต้นไม้หรือกิ่งไม้แห้ง เช่นต้นไผ่ มามัดรวมกันเป็นทรงกระบอก ตามขนาดที่ต้องการมีการตกแต่งให้สวยงาม ถวายพระสงฆ์ที่วัดเพื่อจุดถวายเป็นพุทธบูชา...อ่านเพิ่มเติม






"น้ำถุ้ง...ขี้งัว" วิถีธรรมชาติ ผสานวิถีชีวิต ก่อเกิดวิถีภูมิปัญญาไตลื้อ : ภููมิปัญญาท้องถิ่น

 

"น้ำถุ้ง...ขี้งัว" วิถีธรรมชาติ ผสานวิถีชีวิต ก่อเกิดวิถีภูมิปัญญาไตลื้อ




"น้ำถุ้ง...ขี้งัว"
วิถีธรรมชาติ ผสานวิถีชีวิต ก่อเกิดวิถีภูมิปัญญาไตลื้อ

              ในอดีตสมัยที่ชาวบ้านยังไม่รู้จักน้ำประปา ได้อาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อน้ำในการหล่อเลี้ยงชีวิต ใช้ในการอุปโภค บริโภค ซึ่งการตักน้ำจากบ่อน้ำที่ลึกเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านในอดีตจึงต้องสรรหาวิธีในการตักน้ำจากบ่อน้ำให้ได้มากที่สุด และประหยัดแรงมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งอุปกรณ์ในสมัยนั้นก็ยังมีไม่มากเท่าในปัจจุบัน ชาวบ้านจึงต้องประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับตักน้ำขึ้นมาใช้งาน โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติรอบตัวมารังสรรค์เป็นนวัตกรรมเพื่อการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
      
            กลุ่มชนไตลื้อ หรือ ไทลื้อ บ้านธิ เป็นอีกชนหนึ่งที่มีร่องรอยของการสร้างอุปกรณ์ในการตักน้ำแบบโบราณ ที่เรียกว่า “น้ำถุ้ง” ซึ่งหมายถึง ถังน้ำ หรือภาชนะสำหรับใส่น้ำที่สานด้วยไม้ไผ่ ใช้สำหรับตักน้ำจากบ่อน้ำ มีรูปร่างคล้ายกรวยสั้น ปากกว้าง ก้นเป็นรูปมนแหลม ด้านปากจะมีไม้ไขว้กัน เป็นหูสำหรับผูกกับเชือกที่ใช้ดึงหรือสาวน้ำถุ้งขึ้นจากบ่อน้ำ และจากประสบการณ์ความยากลำบากในการตักน้ำ จึงเกิดภูมิปัญญาชาวบ้านที่ชาญฉลาด ปรับก้นน้ำถุ้งให้มีความมนแหลม เมื่อโยนลงไปในบ่อน้ำ น้ำถุ้ง จะคว่ำลงให้น้ำเข้า เมื่อดึงเชือกขึ้นมาน้ำก็จะเต็มตัวน้ำถุ้งทุกครั้ง จึงทำให้น้ำถุ้งเป็นอุปกรณ์ตักน้ำที่นิยมใช้กันในสมัยโบราณ ชนไตลื้อบ้านธิ จะทำน้ำถุ้งหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว เพื่อเอาไว้ใช้สอย และส่งขายให้หมู่บ้านใกล้เคียง โดยหมู่บ้านที่มีการผลิตน้ำถุ้ง มากที่สุดจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน คือ ไทลื้อป่าเป่า หมู่ ๒ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ... อ่านเพิ่มเติม


ศูนย์การเรียนรู้วัดมหาวัน : แหล่งเรียนรู้

 

ศูนย์การเรียนรู้วัดมหาวัน


             พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริหลัก “บวร” คือ ให้ 3 สถาบันหลักสำคัญของชุมชน และเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชุมชน ทำงานเกื้อกูลสนับสนุนซึ่งกันและกันในลักษณะ 3 ประสาน เพื่อพัฒนาและสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2556) ซึ่งชุมชนมหาวัน เป็นชุมชนหนึ่งที่ใช้หลักการดังกล่าว จึงได้ก่อตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้วัดมหาวัน” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต... อ่านเพิ่มเติม

ประเพณีสืบชะตาน้ำลี้และแห่ช้างเผือก

 



ประเพณีสืบชะตาน้ำลี้และแห่ช้างเผือก

            ความเป็นมา "ประเพณีแห่ช้างเผือก” จัดที่ตำบลทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ถ้าหากปีใดเกิดวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติ บ้านเมืองเกิดแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล แม่น้ำแห้งขอด ชาวบ้านจะจัดพิธีขอฟ้าของฝนขึ้นมา โดยเฉพาะจะทำกันในช่วงเดือนกรกฎาคม (เดือน๙ ของชาวล้านนา) ก่อนเข้าพรรษา เพราะเป็นฤดูกาลที่ชาวนาต้องหว่านกล้าข้าว มีฝนตกต้องตามฤดูกาล บ้านเมืองชุ่มฉ่ำ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จะชนะศีกศัตรูหมู่มารทุกหมู่เหล่า ช้างเผือกเมื่อเกิดมีในบ้านเมืองใด ชาวบ้านหรือเจ้าของช้าง ส่วนมากมักจะต้องนำช้างไปถวายเจ้าเมืองผู้ครองนครบ้านเมืองนั้น ชาวบ้านหรือเจ้าของช้าง จะไม่เลี้ยงเอาไว้เหมือนช้างเชือกอื่นๆ ลักษณะของช้างเผือก ช้างเผือกมีลักษณะ ๗ ประการ ดังนี้ ๑)ตาขาว มีดวงตาสีขาวเรื่อๆ เหมือนตาน้ำข้าว ๒)เพดานขาว มีเพดานปากขาวดุจเนื้อในของเผือกมัน ๓)เล็บขาว มีเล็บขาวเหมือนงานของมันเองทั้งหมด หนังหุ้มเล็บสม่ำเสมอ ๔)พื้นหนังขาว สีคล้ายหม้อดินใหม่ทั่วสรรพางค์กาย ๕)ขนหางขาว มีขนที่หางเป็นพวงพุ่ม ลดหลั่นกันจนถึงน่อง ๖)ขนขาวมีขนทั่วสรรพางค์กายเป็นสีขาวนวล และ๗)อัณฑะขาว มีสีคล้ายหม้อดินใหม่ ...อ่านเพิ่มเติม

กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

 



กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

            ห้องสมุดประชาชนอำเภอทุ่งหัวช้าง โดย นายปฏิพัทธ์พงษ์ ภุมรินทร์ บรรณารักษ์ฯ ดำเนินการขับเคลื่อนชมรมคนลำพูนรักการอ่าน Lamphun Reading Club  กิจกรรมการเรียนรู้ฐาน“กุญแจแห่งความรู้ ” ที่มีการถอดบทเรียน 2:3:4 จากการอ่านและการเข้าใช้แหล่งเรียนรู้ห้องสมุด และรับสมัครสมาชิกห้องสมุด ทั้งนี้การดำเนินกิจกรรมได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ...อ่านเพิ่มเติม

ภูมิปัญญา : ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้าน "บ้านสันตับเต่า"






ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้าน"บ้านสันตับเต่า" 

            ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้าน บ้านสันตับเต่า หมู่ที่ 17 จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 โดย นางมาลัย วงศ์อำนาจ และกลุ่ม อสม.ที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนโดยได้รับงบประมาณจากโครงการเชื่อมโยงบูรณาการองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชน ด้านศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญา โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนในชุมชน มีผลต่อสุขภาพอย่างไร ผ่านการจัดเวทีระดมความเห็นจากนักวิจัย ปราชญ์ชุมชน เยาวชน และตัวแทนจากสถาบันวิจัยหริภุญชัย พร้อมกับทำวิจัยในหัวข้อการดูแลสุขภาพด้วยอาหารพื้นบ้านของชุมชนบ้านสันตับเต่า โดยได้รับงบวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายวิจัยท้องถิ่น ระยะการดำเนินงาน 1 ปีครึ่ง โดยมีกลุ่ม อสม.บ้านสันตับเต่าทุกคน จำนวน 24 คน เป็นคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้และทีมวิจัยได้รับการสนับสนุนพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ และการทำหลักสูตรการเรียนรู้จากมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย ...อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้าน บ้านสันตับเต่า หมู่ที่ 17 จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 โดย นางมาลัย วงศ์อำนาจ และกลุ่ม อสม.ที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนโดยได้รับงบประมาณจากโครงการเชื่อมโยงบูรณาการองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชน ด้านศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญา โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนในชุมชน มีผลต่อสุขภาพอย่างไร ผ่านการจัดเวทีระดมความเห็นจากนักวิจัย ปราชญ์ชุมชน เยาวชน และตัวแทนจากสถาบันวิจัยหริภุญชัย พร้อมกับทำวิจัยในหัวข้อการดูแลสุขภาพด้วยอาหารพื้นบ้านของชุมชนบ้านสันตับเต่า โดยได้รับงบวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายวิจัยท้องถิ่น ระยะการดำเนินงาน 1 ปีครึ่ง โดยมีกลุ่ม อสม.บ้านสันตับเต่าทุกคน จำนวน 24 คน เป็นคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้และทีมวิจัยได้รับการสนับสนุนพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ และการทำหลักสูตรการเรียนรู้จากมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย

เทศกาลโคมแสนดวง : ศิลปวัฒนธรรม

  เทศกาลโคมแสนดวง




            เมื่อกล่าวถึงประเพณียี่เป็ง คงจะนึกถึง "โคม" ซึ่งเป็น อัตลักษณ์ของล้านนาเป็นสิ่งที่ชาวล้านนา ใช้สำหรับจุดไฟให้แสงสว่างสืบทอดกันมาแต่โบราณ ในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โคม นั้นแฝงไปด้วยเรื่องราวของวิถีชีวิตของชาวล้านนา ในวัฒนธรรมชาวล้านนา ในวัฒนธรรมชาวล้านนา โคม เป็นมากกว่าสิ่งของที่ถูกคิดประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้งานในการช่วยกำบังไฟที่จุดส่องสว่าง แต่ยังควบคู่กับเรื่องราววิถีชีวิต ความศรัทธา ความเชื่อ จารีตประเพณีของชาวล้านนา ที่สั่งสมส่งต่อยังรุ่นสู่รุ่น เกิดเป็นงานศิลปหัตถกรรมโคมล้านนาที่มีความงดงาม ประณีต ชาวล้านนาจุดโคมเพื่อเป็นพุทธบูชา เทพารักษ์ ทำให้บ้านมีแสงสว่าง เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป  ...อ่านเพิ่มเติม





ปั้นซะป๊ะดงหลวง

 




ปั้นซะป๊ะดงหลวง
            ปั้นซะป๊ะดงหลวง โดย นายอดุลย์ เชื้อจิต ได้นำขบวนการผลิตมาพัฒนาและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัย และคงไว้ซึ่งรูปแบบวัฒนธรรมที่มีอัตราลักษณ์เฉพาะถิ่นในรูปแบบตุ๊กตาดินเผา ชุดแม่หญิงล้านนา ชุดมองเชิง ชุดการแสดงของล้านนา ตุ๊กตาดินเผาชุดชนเผ่า โดยการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยการนำไปเคลือบด้วยน้ำเคลือบ ( น้ำก๊าบ ) สูตรล้านนาโบราณเผาด้วยความร้อนสูง 1,250 องศา ผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าของชาวลำพูนและเป็นมรดกวัฒนธรรมการปั้นดินเผาของชาวลำพูนในอดีตที่สืบทอดกันมา 1,300 ปี เช่น การปั้นอิฐไว้ใช้ในชุมชนสร้างพระพุทธรูป พระเจดีย์ สร้างบ่อน้ำวัดวาอาราม พระพิมพ์สกุลลำพูนต่าง ๆ จากกรรมวิธีโบราณ ...อ่านเพิ่มเติม


อ่างเก็บน้ำแม่เส้า : แหล่งท่องเที่ยว

 



อ่างเก็บน้ำแม่เส้า




             อ่างเก็บน้ำแม่เส้า เป็นอ่างเก็บน้ำธรรมชาติในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตัวเขื่อนสูง 19 เมตร ยาว 271 เมตร ทางเดินขึ้นหน้าเขื่อนกว้าง 4 เมตร เก็บน้ำได้ประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างโดยศูนย์ปฏิบัติการ รพช. ภาคเหนือ ภายในบริเวณมีทิวทัศน์สวยงาม พร้อมศาลาพักร้อนให้นั่งพักผ่อน และรับประทานอาหารจานเด็ด คือ ปลาเผาทรงเครื่อง กุ้งเต้นและไก่ทอดทาชมพู ...อ่านเพิ่มเติม



ประวัติความเป็น "ต้นไทยทาน หรือ ต้นครัวทาน"

 




ประวัติความเป็น "ต้นไทยทาน หรือ ต้นครัวทาน" 

           การทำต้นไทยทาน หรือ ต้นครัวทาน เป็นกุศโลบายของหลวงปู่ครูบาเจ้าวงศ์ในการสั่งสอนลูกลานในเรื่องของการทำทาน ในยุคพระศรีอริยเมตไตรย ต้นกัลปพฤกษ์หรือต้นสารพัดนึก จะมาปรากฏขึ้นในยุคพระศรีอารย์อยู่ ๔ มุมเมือง

            ในคัมภีร์ไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง ทวีปต่าง ๆ ทั้ง ๔ ประกอบด้วย บูรพวิเทหทวีป อยู่ทางทิศตะวันออกของเขาพระสุเมรุ มีต้นซีกเป็นต้นไม้ประจำทวีป อมรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกของเขาพระสุเมรุ มีต้นกระทุ่มเป็นต้นไม้ประจำทวีป ชมพูทวีป อยู่ทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุ มีต้นหว้าเป็นต้นไม้ประจำทวีป และอยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุ มีต้นกัลปพฤกษ์เป็นต้นไม้ประจำทวีป มีคำบรรยายถึงต้นกัลปพฤกษ์ตอนหนึ่งว่า"แลในแผ่นดินอุตตกุรุทวีปนั้น 
มีต้นกัลปพฤกษ์ต้นหนึ่ง โดยสูงได้ ๑๐๐ โยชน์ โดยกว้างได้ ๑๐๐ โยชน์ โดยรอบบริเวณมณฑลได้ ๓๐๐ โยชน์แล ต้นกัลปพฤกษ์นั้นผู้ใดจะปรารถนาหาทุนทรัพย์ สรรพเหตุใดๆ ก็ดี ย่อมได้สำเร็จในต้นไม้นั้นทุกประการแล" ...อ่านเพิ่มเติม



แหล่งอนุรักษ์โคขาวลำพูน

 




แหล่งอนุรักษ์โคขาวลำพูน

                นายอยุธ  ไชยยอง เป็นผู้ริเริ่มโครงการกระบวนการพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขาวลำพูน บ้านไร่ป่าคาโดยกระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการการจัดการกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขาวลำพูน  โดยมีคณะครูจากโรงเรียนบ้านหนองบัวและครู กศน.ตำบลท่าตุ้ม เข้าร่วมเป็นทีมวิจัย และนำเอาความรู้เรื่องโคขาวลำพูนมาพัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น  นอกจากนั้นได้ประสานนำความรู้ทางวิชาการสมัยใหม่ผสมผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมในการเลี้ยงโคขาว  กศน.อำเภอป่าซาง ได้ให้ความรู้ ด้านการดูแล การทำอาหารให้แก่โคขาวลำพูน ได้รับรางวัล การวิจัยเด่น จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย  (สกว.) ประจำปี 2549  และเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัด เมื่อ ปี 2551  และได้รับการคัดเลือกให้เป็น“แหล่งเรียนรู้การเลี้ยงโคขาวลำพูน "บ้านไร่ป่าคา” จากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอป่าซาง  รวมทั้งร่วมเป็นวิทยากร  มาจนถึงปัจจุบัน ...อ่านเพิ่มเติม

ศูนย์การเรียนรู้ STRONG

 



ศูนย์การเรียนรู้ STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต ประจำจังหวัดลำพูน

            การทุจริตสร้างปัญหาให้แก่กลุ่มคน หมู่บ้าน ชุมชน สังคม จนถึงประเทศชาติ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบหลักการเกี่ยวกับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้กับกลุ่มเป้าหมาย (มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561) ในการนี้ สำนักงาน กศน. ได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรเกี่ยวกับการต้านทุจริตศึกษาให้มีความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของ สำนักงาน กศน. ทั้งใยระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย  (หนังสือสำนักงาน กศน. ที่ ศธ 0210.03/4396 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565)  ...อ่านเพิ่มเติม

สะพานขาวทาชมภู

 





สะพานขาวทาชมภู
            เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อีกที่หนึ่งของจังหวัดลำพูน เริ่มก่อสร้างเมื่อปีพ.ศ. 2461 และสร้างเสร็จในปีพ.ศ.2463โดยมีรูปทรงเป็นทรงโค้งทาสีขาวในแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกนับเป็นสะพานประวัติศาสตร์ที่มีความแปลกและท้าทายคือเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ปกติสะพานรถไฟจะสร้างด้วยเหล็กเท่านั้นเพราะสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนและอ่อนตัวได้ดีกว่าแต่เนื่องจากช่วงเวลาที่สร้างสะพานเป็นภาวะสงครามจึงไม่สามารถหาเหล็กมาสร้างสะพานได้แต่ด้วยการคำนวณและควบคุมงานที่ยอดเยี่ยมของนายพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากรกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินได้ทำให้สะพานขาวทาชมภูยังคงใช้งานได้อยู่จนถึงทุกวันนี้และในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยวถือได้ว่าเป็นจุดเช็กอินหลักของจังหวัดลำพูนเลยก็ว่าได้ อีกทั้งทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีการจัดงานที่คู่รักจะมาจดทะเบียนสมรถ ณ สะพานขาวทาชมภูแห่งนี้  ...อ่านเพิ่มเติม



ผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก : อาชีพ

 



อาชีพ : ผลิตภัณฑ์จากเส้นพลาสติก

ประวัติความเป็นมา
            การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบเวลาที่จะพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักโลก “รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลก” ตลอดจนกำหนดภารกิจที่จะยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง    ...อ่านเพิ่มเติม







อาชีพผ้าทอพื้นเมือง : อาชีพ

 

อาชีพผ้าทอพื้นเมือง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเหล่า




        บ้านเหล่าพระเจ้าตาเขียว หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซาง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่มีประวัติมายาวนาน เป็นหมู่บ้านชาวยองที่อาศัยอยู่กันมาดั้งเดิม สมัยบรรพบุรุษ ประมาณ 200-300 ปี คำว่าบ้านเหล่า หมายถึง บ้านป่า ซึ่งสมัยก่อนจะมีป่าไม้ล้อมรอบเป็นป่าทึบ มีพระพุทธเก่าแก่ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ พระพุทธรูปพระเจ้า-ตาเขียว สร้างมาสมัยโบราณโดยพระพุทธรูปมีพระเนตรสีเขียว เนื่องจากผู้สร้างได้บรรจุแก้วสีเขียวเข้าไว้ ประชาชนจึงได้เรียกว่า พระเจ้าตาเขียว และเรียกชื่อของหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ประดิษฐ์ฐานพระพุทธรูปตนนี้ว่า บ้านเหล่าพระเจ้าตาเขียว เป็นหมู่บ้านชุมชนชาวยอง ซึ่งมีอาชีพทอผ้า และอาชีพเกษตรกรรม  ...อ่านเพิ่มเติม


จักสาน

 

 
จักสาน

        ในทุกภาคของประเทศ เราจะพบเห็นเครื่องจักสานชนิดต่างๆ เพราะเป็นเครื่องใช้ประจำบ้านที่สำคัญยิ่ง ซึ่งทุกคนต้องใช้ ประกอบกับความจำเป็น ทางด้านเศรฐกิจ ของชนบท จึงทำให้ชาวบ้านต้องทำเครื่องจักสาน เป็นเครื่องใช้สอย ด้วยตนเอง และบางทีก็มีมากเหลือพอที่จะแลกเปลี่ยน หรือขายให้แก่เพื่อนบ้านได้ด้วย ในปัจจุบันนี้ความต้องการเครื่องจักสานที่มีลักษณะ และรูปแบบดั้งเดิมนั้น มิได้จำกัดอยู่เฉพาะแก่ชาวบ้าน และชาวเมืองของท้องถิ่น เท่านั้น แต่เป็นที่ต้องการของคนกรุงเทพฯ และต่างประเทศ อีกด้วย

        กลุ่มจักสานบ้านประตูป่า ตำบลประตูป่า อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กศน.และหน่วยงาน  ต่างๆ อีกมากมาย เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เพื่อขยายผลให้กับคนในชุมชนให้เพิ่มากขึ้นเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิกมีการออกแบบลวดลายให้สวยงาม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ...อ่านเพิ่มเติม


วัดสันป่าเหียง

 




วัดสันป่าเหียง

ท่านพระครูวรปัญญาพล มาเป็นเจ้าอาวาสรูปที่8ได้ก่อสร้างศาลา พระพุทธรูปพระพุทธมหาชัยยะมงคล องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมาระวิชัย เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของศรัทธาชาวบ้าน ที่วัดมีวัตถุโบราณ พระประธานในอุโบสถที่เห็นชัดที่สุดเป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนจุดเด่นของวัดมีคนมาสักระพระพุทธรูปมหาชัยยะมงคลองค์ใหญ่และพระเจ้าทันใจองค์รองและมีพระมหากัจจายยานะเป็นพระที่เด่นด้านสติปัญญา มีนักเรียนนักศึกษามาขอพร ชาวบ้านก็มาสักระรูปเหมือนครูบาบุญทาสุวรรโณเพราะเป็นเกจิอาจรย์ที่เคารพนับถือ มีตระกรุดยันต์นาคเป็นเครื่องรางประจำตัว ...อ่านเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดลำพูน. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand